อุปกรณ์เทคโนโลยีสมัยใหม่
Virtual Reality (VR) เทคโนโลยีสร้างภาพเสมือนจริง
มีผู้คร่าหวอดในวงการไอทีบันทึกไว้แล้วว่าตลาดอุปกรณ์สวมศีรษะที่ผู้ใช้จะหลุดเข้าไปในโลกเสมือนอย่าง
VR นั้นจะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 3
หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2020 เรียกว่าไม่ต้องสงสัยเลยว่าปี 2017
จะเป็นปีที่ปูทางสู่อนาคตสดใสของโลก VR
นับจากปี
2015 เรื่อยมาจนถึงปี 2016 เราเห็นอุปกรณ์ VR แพร่หลายขึ้นอย่างชัดเจน
การเปิดตัวอุปกรณ์อย่างการ์ดบอร์ด (Cardboard) ในปี
2014 จนถึงเฟซบุ๊ก (Facebook) ที่เปิดตัวอุปกรณ์โอคูลัสลิฟต์
(Oculus
Rift) ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
กระทั่งเอชทีซี (HTC) ที่เปิดตัวอุปกรณ์อย่างไวฟ์
(Vive)
เมื่อเดือนเมษายน
ด้านซัมซุง
(Samsung)
นั้นเปิดตัวอุปกรณ์เกียร์วีอาร์
(Gear
VR) ก่อนที่โซนี่ (Sony) จะเปิดตัวเพลย์สเตชันวีอาร์ (PlayStation VR)
ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
ล่าสุดคือเดือนพฤศจิกายนกับกูเกิล (Google) ที่ส่งท้ายปีด้วยการเปิดตัวรุ่นใหม่ตัวจริงของ
Cardboard
ในชื่อเดย์ดรีมวิว
(Daydream
View)
รายชื่อยักษ์ใหญ่ไอทีเหล่านี้เป็นเครื่องการันตีว่า
VR คือเทคโนโลยีที่ ‘มาแน่นอน’ ในปี 2017
โดยเจ้าพ่ออย่างไมโครซอฟท์ (Microsoft) นินเทนโด
(Nintendo)
และควอลคอมม์ (Qualcomm) ต่างล้วนมีข่าวลือพร้อมพัฒนาฮาร์ดแวร์เทคโนโลยี
VR แต่ยังไม่มีรายละเอียดใดๆ
อย่างไรก็ตาม
ความพร้อมของอุปกรณ์ทำให้เกิดแรงกดดันเรื่องคอนเทนต์หรือเนื้อหาวิดีโอเสมือนจริง
จุดนี้ ผู้ผลิตอย่างทั้ง Google, Oculus, HTC, Sony, Samsung และเอเซอร์ (Acer) ต่างเปิดตัวอุปกรณ์และระบบเพื่อเอื้อให้วิดีโอ
VR มีพัฒนาการที่ดีขึ้น ขณะที่ Google, Oculus และแบรนด์อเมริกันอย่าง Valve เริ่มเปิดศักราช ‘VR
marketplaces’ ตลาดให้บริการคอนเทนต์เสมือนจริงเรียบร้อยแล้ว
ถึงบรรทัดนี้
วางเดิมพันได้เลยว่าโลกของ VR จะมีความเด่นชัดแน่นอนในปี
2017 นี้
อ้างอิง http://ssanetwork.co.th/

